June 5, 2010
Eat Me First ที่ The Mall 2 รามคำแหง

ร้าน Eat Me First เปิดมาครบ 1 ปีแล้ว มีสาขาใหม่เปิดที่ The Mall 2 รามคำแหง ชั้น 1 ติดกับ Home Fresh Mart แนะนำให้ลองไปชิม White Malt Cake นะคะ อร่อยมากๆ

ร้าน Eat Me First เปิดมาครบ 1 ปีแล้ว มีสาขาใหม่เปิดที่ The Mall 2 รามคำแหง ชั้น 1 ติดกับ Home Fresh Mart แนะนำให้ลองไปชิม White Malt Cake นะคะ อร่อยมากๆ

โยเกิร์ตสด รสชาติเข้มข้น มีประโยชน์ต่อสุขภาพเหล่านี้ เป็นผลิตภัณฑ์ของ Eat Me First ที่วางขายที่เซ็นทรัลรามอินทรา ชั้น G บริเวณหน้า TOPS ซุปเปอร์มาร์เกต ราคาขวดละ 25 บาท เมื่อซื้อ 5 ขวด สามารถซื้อได้ในราคาพิเศษเพียง 100 บาทเท่านั้น
ตอนนี้ที่ร้าน Eat Me First ทั้งสองสาขา (เซ็นทรัลบางนา และเซ็นทรัลรามอินทรา) มีโปรโมชั่นพิเศษสุดๆ
1. เมื่อซื้อสินค้าครบ 100 บาท แถมฟรี เต้าฮวยฟรุ๊ตสลัด หรือเยลลี่ฟรุ๊ตสลัด ฟรี 1 ถ้วย
2. เมื่อซื้อสินค้าครบ 200 บาท แถมฟรี ขนมชนิดใดก็ได้ของทางร้าน ฟรี 1 ถ้วย
พิเศษขนาดนี้ อย่าลืมแวะไปชิมกันนะคะ

ตอนนี้ตี 3 แล้ว แม่ พี่นุ๊ก พี่โอ๋ โตโร่ น้องก้อย ก็ยังทำขนมกันอยู่เลย ขนมจะได้สดใหม่ให้ลูกค้าทุกเช้า ถึงจะเหนื่อย แต่ดูจากหน้าทุกคนก็มีความสุขกันมาก
การทำงานที่เต็มไปด้วยความรัก ความเอื้ออาทร ไม่มีใครแสวงหาผลประโยชน์ต่อกัน ย่อมทำให้ผู้ที่ทำงานมีความสุข แม้จะเป็นงานที่หนัก และเหนื่อย เราก็ยินดีที่จะทำมันอย่างสุดความสามารถ
เคยมีบริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่ง มีคนเล่าว่า ตัดเงินพนักงานเมื่อมาทำงานสาย นาทีละ 3 บาท แต่เมื่อพนักงานอยู่เกินเวลากลับไม่ได้ค่าล่วงเวลา แม้แต่บาทเดียว เมื่อพนักงานถามไถ่ ได้รับคำตอบว่า บริษัทใหญ่ๆ ที่ไหนก็ทำแบบนี้ เมื่อกลุ่มพนักงานสงสัยหนักขึ้้น โทรไปกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ผลว่า การกระทำแบบนี้ไม่ถูก พนักงานก็เริ่มลาออกกันไปคนละคน สองคน
จริงๆ บริษัทใหญ่ๆ อย่าง Sanook หรือ Reuters เค้าไม่มีการตัดเงินพนักงานเรื่องมาสายด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นจะอ้างว่าเป็นสิ่งที่บริษัทใหญ่ๆ ทำคงไม่ได้
ข้อความข้างล่างนี้ เขียนโดย Shinto 13
“ถ้าพนักงานมีความเต็มใจก็ถือว่าเป็นการดี แต่ถ้าพนักงานถูกบังคับ ย่อมทำงานอย่างอึดอัด เครียด และกดดัน
เพราะหลังเลิกงาน ทุกคนย่อมีธุระ มีครอบครัวที่จะต้องดูแล แต่องค์กรกลับไม่คำนึงถึงเรื่องส่วนตัว หากพนักงานคนใดไม่ยอมทำล่วงเวลาให้ ก็จะถูกตำหนิว่าเอาแต่เรื่องส่วนตัว โดยไม่คิดก่อนว่า เขามาทำงานให้เราเพราะเขาต้องการเอาเงินไปเลี้ยงดูครอบครัว หลังเลิกงานก็เป็นเวลาที่เขาจะต้องดูแลครอบครัว”
บริษัทใดๆ ที่คิดแต่จะแสวงหาประโยชน์จากพนักงาน อย่างเห็นแก่ตัว ไม่มีจริยธรรมของนายจ้าง บริษัทนั้นไม่มีวันเจริญ

ไม่ได้มาอัพบล็อกตั้งนานเลย มัวแต่ทำงาน กับเล่นเกมใน Facebook อิอิ
เมื่ออาทิตย์ก่อนที่จะเริ่มทำงาน เราทั้งครอบครัวได้ไปไหว้หลวงพ่อโสธรด้วยกันทั้งบ้าน ไปกันหมด 7 คน ตอนเที่ยงไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูร้านประจำ ที่กินมาเป็นสิบปีแล้วคือ ร้านตาง้วน จะอธิบายทางไป แต่ก็ไม่รู้ เพราะพ่อขับตลอด แหะๆ
อร่อยมากๆ เนื้อหมูสับแสนอร่อย นึกแล้วก็อยากจะไปกินอีก
พออิ่มแล้วเราก็ไปไหว้หลวงพ่อโสธรกัน เพิ่งจะได้มีโอกาสมาตอนที่โบสถ์สร้างเสร็จ สวยงาม เป็นระเบียบมากๆ เราได้เช่าพระพิฆเณศมา 2 องค์ ส่วนน้องก้อยเช่าพระประจำวันเสาร์
จากนั้นก็กลับบ้าน ไปรับหมามูสที่ร้านอาบน้ำ หมามูสนั่งรอเหงาหงอย ไม่ยอมกินข้าวอีกแล้ว พอเห็นหน้าเราทั้งหมด หางแกว่งแบบพัดลมเบอร์ 3 เลย

ก่อนจะไปดูหนังเรื่อง Sherlock Holmes กับทิน่า และอ้อ พวกเราก็ไปนั่งกินเค้กที่ Whittard (Central World) น้องก้อยสั่งเค้ก Dark Chocolate Mousse กับเครื่องดื่มคือ Dark Chocolate ร้อน เราก็อยากกินนะ แต่ช่วงนี้ต้องลดน้ำหนัก
ทุกอย่างอร่อยมาก ที่นั่งก็สบาย บรรยากาศดี แต่คนคิดเงินที่เป็นผู้หญิงนี่มารยาทแย๊แย่ พูดจาก็แย่ หน้าก็ตูด เสียดายจริงๆ ไม่งั้นทุกอย่างคง perfect

ตอนที่ไปเดิน Food Hall ที่เซ็นทรัลเวิลด์ น้องก้อยสังเกตเห็น counter นั่งกินสเต๊กต่างๆ ของ Food Hall ก็เลยชวนเราไปนั่งกินดู ก็คือเราสามารถซื้อเนื้อชนิดต่างๆ ภายใน Food Hall ไม่ว่าจะเป็นเนื้อจากออสเตรเลีย หรือเนื้อสันใน สันนอก อย่างดี แล้วแต่เราจะเลือก ให้เค้านำมาปรุงให้เรา ซึ่งคิดค่านำมาทำ 99 บาท ส่วนอีก counter นึง จะเป็นสำหรับ seafood ถ้าอยากินขนมปังก็ซื้อจาก Bakery ได้เลย
เรากับน้องก้อยจะชอบกิน Pork Chop ของที่นี่มาก เนื้อนุ่ม น้ำเกรวี่อร่อย ราคาเพียงแค่ 129 บาทเท่านั้นเอง ถูกกว่า Sizzler หลายเท่าเลยใช่มั้ย แต่ข้อเสียคือ รอนานกว่าจะได้กิน ยิ่งตอนคนเยอะ ยิ่งต้องยืนรอคิวจะกินกันเลย

ได้มีโอกาสไปเยือนร้านสังเวียนซีฟู้ดอีก เป็นครั้งที่ 2 แล้ว จากปีที่แล้วที่ประทับใจมากมาย คราวนี้เรามากันหมดบ้าน ต้องฝากหมามูสไว้ที่เนอร์สเซอร์รี่
เราไปถึงร้านป้าสังเวียนกันตอนประมาณบ่ายสองโมง อาหารที่สั่งก็มี กุ้งเผาที่เล็ก 2 ที่ (ที่ละ 600 บาท), ปลากระพงทอดกระเทียม, ปลาหมึกย่าง, ทอดมันกุ้ง 2 ที่, ปูผัดผงกระหรี่, ส้มตำ, ยำหอยแครง และข้าวเปล่า 2 โถ ดูรูปอาหารทั้งหมดได้ที่ Juth Multiply
ยังอร่อยเหมือนเดิม แต่กุ้งเค้าไม่ผ่าเปลือกตรงด้านหลังให้แกะง่ายๆ เหมือนเดิมแล้ว เสียดายอีกอย่างคือ ครั้งที่แล้วสั่งปลาสำลีทอดกระเทียม แต่ครั้งนี้ดันสั่งปลากระพง เพราะจำไม่ได้ว่าปีที่แล้วสั่งปลาอะไร โธ่ ไม่งั้นได้กินปลาสำลีอร่อยๆ นอกนั้นก็ดีทุกอย่าง คิดแล้วก็อยากกินอีกอ่ะ
ปล. ร้านสังเวียนซีฟู้ดอยู่ในซอยโรงแรมสปริงฟีลด์ เป็นซอยก่อนถึงปั๊ม PT เข้าไปในซอยจนสุดซอย แล้วก็เลี้ยวขวา ขับไปอีกนิดก็ถึง

ดูหนังเรื่อง Avatar เสร็จ ก็มากินข้าวเย็นกับทิน่า และอ้อ ที่เพิ่งเลิกสอน (มาจากเพลินจิต) ไปกินกันที่ S & P
กินต้มข่าไก่, กุ้งทอดกระเทียม, ปลาทอด, ไข่เจียวกุ้ง และข้าวสองโถ ระหว่างกินข้าวก็เล่าเรื่องหนัง The Fourth Kind ให้ทิน่า กับอ้อฟัง แลกเปลี่ยนกับทิน่าเล่าเรื่องดาราให้ฟัง อิอิ
พอคิดเงินออกมา เค้าบอกว่า 1,512 บาท เราบอกว่าทำไมมันแพงจังอ่ะ อ้อเลยตรวจบิล พบว่ามีรายการที่ไม่ได้สั่งมาสองรายการเลย ทางร้านเลยไปคิดมาให้ใหม่ เหลือประมาณ 1100 บาท -”-
ก็ยังแพงอยู่ดีเนอะ

วันก่อนโน้น มีธุระไปที่ตึกอื้อจื่อเหลียง ตรงถนนสีลม เราเอารถจอดไว้ที่ MRT ลาดพร้าว แล้วก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน ตอนนั่งอยู่ในโบกี้ ก็มีฝรั่งสามีภรรยา จากชิลี มาคุยด้วย ทำให้ความเงียบในรถไฟ ถูกทำลายด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งๆ ของเรา (อายจริงๆ แต่ก็ต้องพูด) เค้ามายกมือไหว้ แล้วพูดว่า “สวัสดีครับ”
จากนั้นก็พูดเป็นอังกฤษว่า เค้ามีหนังสือดีๆ จะแนะนำให้อ่าน พร้อมยื่นให้เรารับไว้ แล้วก็คุยว่าเค้ามาจากชิลี ถามว่าเรารู้จักไหม เราตอบว่าประเทศอยู่ที่ทวีปอเมริกาใต้ใช่ไหม เค้าบอกใช่ๆ เค้าคงนึกว่าเราเก่ง Geography แต่เปล่าเลย ดูการประกวดนางงามกับพี่นุ๊กบ่อยตอนเด็กๆ เลยจำได้
เค้าแนะนำว่าแฟนเค้าชื่อ ฟรานเชสก้้า เราก็มองหน้าเค้า เหมือนแล้วตัวเค้าล่ะ ชื่ออะไร เค้าก็นิ่งไป เราเลยคิดว่าสงสัยเราต้องแนะนำตัวเองก่อน จะได้ไม่ผิดมารยาท เราบอกว่า I’m Juth (กระแดะมาก อิอิ) เค้าก็บอกว่า ชื่อเค้าออกเสียงยากมาก เราบอกว่า ลองพูดมาสิ เค้าก็พูดมา เราตอบว่า “You’e right. It’s really difficult” คุยไปคุยมา เค้าก็บอกว่า ถึงสถานีที่เค้าต้องลงแล้ว เราก็โบกมือลาหยอยๆ แล้วก็มาระลึกได้ว่า นั่นก็เป็นสถานีที่เราต้องลงเหมือนกัน! ดูซิ เลยต้องไปลงที่สามย่านเลย โธ่ … ก็เลยเอาหนังสือที่เค้าให้มาเปิดอ่าน เป็นหนังสือสอนศาสนาคริสต์นั่นเอง เค้าทำดีนะ กระดาษก็อย่างดีเลย สอนเรื่องการใช้เทคโนโลยีมากจนให้โทษด้วย
ขนาดเลยสถานี ยังไปถึงก่อนเวลานัดเยอะมาก ก็เลยไปอยู่ที่ Silom Complex ร้าน Se-Ed จนได้เวลา ก็เดินไปตึกอื้อจื่อเหลียง ระหว่างทางก็ผ่านของโปรด คือ ช็อคโกแลตเย็น ของ Little Coffee เลยซื้อมากิน 1 แก้ว
ไปทำธุระเสร็จ ก็ขึ้้นรถเมล์ 115 ไปซื้อ Daddy Dough ให้น้องก้อยตรงข้างๆ ตึก Jewelry Trade Center เข้าไปในร้าน กำลังเลือกโดนัท ก็มีฝรั่งผู้หญิง เข้ามาในร้านแล้วชี้ที่โดนัท ถามว่า “Is it fresh?” คนขายตอบว่า “Chocolate”
ฝรั่งทำหน้างงมาก แต่ฝรั่งก็ยิ้มๆ เค้าก็ต้องรู้แหละ ว่าคนขายต้องเดาว่าเค้าถามว่า “นี่อะไร” เค้าเลยซื้อไป 1 ชิ้น
เราข้ามถนนไปกินก๋วยเตี๋ยวไก่แม่ศรีเรือน สองชาม แล้วก็นั่งมอไซต์กลับไป MRT คุณมอไซต์ก็ชวนคุยว่า วันนี้คนน้อยนะพี่ ถนนว่างมาก ไม่รู้คนไปไหนกัน เราก็บอกว่าสงสัยไปต่างจังหวัด เค้าบอกว่าไม่น่าใช่ เราเลยบอกว่าสงสัยไปงานของในหลวง เค้าบอกไม่น่าใช่ เราเลยเงียบ สงสัยเค้าคงมีคำตอบของเค้าเองไว้แน่นอน เราคงทายไม่ถูก
แล้วเค้าก็ชวนคุยเรื่องประกันชีวิต ว่าคนตายด้วยโรคมะเร็งเยอะมาก และเราไม่ควรใช้วิธีรักษามะเร็งด้วยคีโม เพราะจะไม่หาย เราก็อยากรู้ว่าต้องรักษายังไง ก็พอดีต้องลงแล้ว
วันหนึ่งที่สีลม มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย ถ้าต้องกลับมาทำงานแถวนี้อีกหน คงมีอะไรมาเขียนบล็อกเยอะแยะเลย









